» อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก


อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก
(Convention on the Rights of the Child
)

เป็นข้อตกลงระหว่างประเทศที่กำหนดขึ้นตามหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติที่ว่าด้วยศักดิ์ศรี และคุณค่าของมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน โดยระลึกว่าเด็กมีสิทธิพิเศษที่จะได้รับการดูแลช่วยเหลือและคุ้มครอง ทั้งในสภาพแวดล้อมของครอบครัวและการเลี้ยงดูอื่น ๆ บนพื้นฐานทางประเพณี และค่านิยมทางวัฒนธรรมของชาติพันธุ์และสังคมตามที่ได้มีการประกาศรับรองโดยองค์การสหประชาชาติในปี พ.ศ. 2532 ซึ่งประเทศไทยได้ลงนามเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กนี้ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2535 และอนุสัญญามีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2535 มีทั้งหมด 54 มาตรา แต่ที่เกี่ยวข้องกับเด็กโดยตรงมี 37 มาตรา ที่เหลือเป็นเพียงระเบียบและพิธีการต่างๆ ที่ประเทศสมาชิกหรือรัฐภาคีจะต้องปฏิบัต

เด็กคือใคร
เด็ก คือ บุคคลใด ๆ ก็ตามที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เว้นแต่กฎหมายระดับประเทศจะบัญญัติว่าเด็กบรรลุนิติภาวะก่อนช่วงอายุดังกล่าว อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กเป็นกฎหมายสากลที่สะท้อนมุมมองใหม่เกี่ยวกับเรื่องสิทธิเด็ก ได้แก่ เด็ก ๆ เป็นมนุษย์และไม่ใช่เป็นทรัพย์สินของพ่อแม่ พวกเขาเป็นผู้ที่มีสิทธิในตัวของเขาเอง อาจถือได้ว่าอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กเป็นเครื่องมือทางด้านสิทธิมนุษยชน ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางมากที่สุดในประวัติศาสตร์

หลักเกณฑ์พื้นฐาน 4 ข้อ ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก

  • การมีชีวิตอยู่และได้รับการพัฒนาไม่มีการเลือกปฏิบัติ (ความเสมอภาค) เด็กต้องได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด
  • ยอมรับฟังความคิดเห็นของเด็ก

อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กขั้นพื้นฐาน 4 ด้าน

1. สิทธิด้านการอยู่รอด คือ สิทธิของการมีชีวิตและความต้องการขั้นพื้นฐานที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ สิทธิที่จะได้รับการดูแลทางสุขภาพและการเลี้ยงดูอย่างดีที่สุดที่จะหาได้ คือ ให้โภชนาการที่ดีให้ความรักและความเอาใจใส่จากครอบครัวและสังคม บริการด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยให้ทักษะชีวิตที่ถูกต้องให้การศึกษาให้ที่อยู่อาศัยและการเลี้ยงดูสังคมต้องรับรองการมีชีวิตรอด หรือส่งเสริมชีวิต การมีชื่อ และมีสัญชาติ

2. สิทธิด้านการพัฒนา คือ สิ่งที่เด็กต้องการเพื่อจะไปถึงศักยภาพอย่างสมบูรณ์ การช่วยเหลือให้เด็ก มีร่างกาย อารมณ์ที่ปรกติ และการพัฒนาทางด้านจิตใจ สิทธิที่จะได้เล่นและพักผ่อน เข้ามีส่วนร่วมในกิจกรรมทางวัฒนธรรม การศึกษาตามมาตรฐานทั้งในและนอกโรงเรียนและสิทธิที่จะได้มาตรฐานความเป็นอยู่อย่างเพียงพอกับการพัฒนาทาง
ร่างกาย จิตใจความรู้สึงนึกคิดศีลธรรม และสังคม ซึ่งครอบคลุมเรื่องต่อไปนี้คือเข้าถึงข่าวสารที่เหมาะสมเสรีภาพในความคิด มโนธรรมและศาสนา การศึกษา พัฒนาบุคลิก ทั้งทางสังคมและจิตใจ มีเอกลักษณ์ ทั้งในด้านสัญชาติและเรื่องการพัฒนาสุขภาพร่างกายสิทธิที่จะมีผู้รับฟัง

3. สิทธิด้านการปกป้องคุ้มครอง คือ การคุ้มครองเด็กจากการทารุณกรรมทางเพศ การเลือกปฏิบัติ การกลั่นแกล้ง รังแกหรือถูกทอดทิ้ง คุ้มครองเด็กที่ไม่มีครอบครัว เด็กลี้ภัย เด็กพิการ การกลับเข้ามาอยู่กับครอบครัว การรับเป็นบุตรบุญธรรม ความเป็นส่วนตัว การยักย้ายเด็กที่ผิดกฎหมาย และการนำเด็กไปต่างประเทศแล้วไม่นำกลับ การเอารัดเอาเปรียบเด็ก เช่น แรงงานเด็ก การละเมิดทางเพศ การค้ามนุษย์ สงคราม การลักพาตัว การทรมาน การขาดเสรีภาพ และยาเสพติด เป็นต้น

4. สิทธิด้านการมีส่วนร่วม คือ เปิดโอกาสให้เด็กมีบทบาทสำคัญในชุมชนและประเทศของเขา มีสิทธิแสดงความคิดเห็นในทุก ๆ เรื่องที่มีผลกระทบต่อเด็ก ทัศนะของเด็กจะต้องมีการให้ความสำคัญอย่างเหมาะสม
มีเหตุผล เด็ก ๆ ได้สนุกสนาน ในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย และได้รับการดูแล มีโอกาสในการมีส่วนร่วมและการเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจในทุก ๆ ระดับ การได้รับข่าวสารในรูปแบบต่าง ๆ ที่เหมาะสม การได้รับข่าวสารเกี่ยวกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก